Test menu topbar1

(Source: Ahrefs SEO Summit 2023)



ปัญหาที่เจอในการใช้ Generative AI ในการผลิต SEO Content

นักการตลาดทุกคนจะทราบว่าการใช้ Generative AI ในการสร้างเนื้อหาบนหน้าเว็บไซต์ ซึ่งหากดูแบบผิวเผินจะได้ผลลัพท์ที่พร้อมใช้งาน แต่เมื่อมองลึกลงไป บ่อยครั้งจะพบว่าเราไม่สามารถนำงานชิ้นนั้นมาใช้งานได้ทันที และยังพบปัญหาในการนำ Generative AI มาผลิตคอนเทนต์เว็บไซต์อื่น ๆ โดยปัญหาที่อาจจะเจอได้ในการใช้ Genarative AI ในการผลิต SEO Content มีดังต่อไปนี้


บทความขาดความ unique และไม่มีความโดดเด่น

เนื้อหาไม่ลงลึกและไม่น่าสนใจมากพอ

ภาษาไม่ใช่สไตล์ภาษาแบบที่องค์กรที่ต้องการ

ไม่มีข้อมูลธุรกิจ ไม่รู้จักองค์กร

ไม่รู้จักสินค้าและจุดแข็งของสินค้า

ไม่รู้จักตลาดและคู่แข่ง

ไม่รู้จักลูกค้า ทำให้สื่อสารไม่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายการตลาด

ข้อมูลทางด้านการตลาดไม่อัปเดต

 


ซึ่งปัญหาข้างต้นเหล่านี้ ส่งผลให้เวลาที่นักการตลาดน่าจะได้ประหยัดเวลาในการทำ SEO โดยใช้ Generative AI กลับต้องเอามาเสียเวลาให้กับในการปรับปรุงแก้ไขคอนเทนต์และบทความจาก Generative AI เหล่านี้ให้สามารถนำไปใช้งานได้ ดังนั้นแนวทางเบื้องต้นที่จะนำไปใช้ในการใช้ Generative AI สร้างคอนเทนต์ ได้แก่


การสร้าง prompt ที่ถูกต้อง ตามวัตถุประสงค์และครอบคลุมความต้องการของเรา

การพูดคุยกับ Chat หลาย ๆ ระบบและเอาข้อมูลมาเรียบเรียงต่อกันให้มีความไหลลื่น

การ review และ edit โครงสร้าง และภาษา

การแทรกข้อมูลบริษัท ข้อมูลสินค้า และจุดขายของสินค้า

การใส่โครงสร้าง SEO และแทรกคีย์เวิร์ด SEO

คิดใหม่ทำใหม่ เทคนิคในการเอาชนะคู่แข่ง SEO ด้วย Generative AI คอนเทนต์

ใช้เครื่องมือ SEO อาทิ Ahrefs, Moz, SEMrush เนื่องจากเครื่องมือเหล่านี้ให้ข้อมูล Insights ในการหาเนื้อหาเว็บไซต์ที่มีความน่าสนใจโดดเด่นเหนือคู่แข่ง

ใช้เวลาที่ประหยัดได้ในการทำ Research ด้านคีย์เวิร์ดกลุ่มใหม่ ๆ และหัวข้อบทความที่โดดเด่นและดึงดูดความสนใจจากลูกค้า การวิเคราะห์คู่แข่ง และกลยุทธ์การเอาชนะคู่แข่ง

เลือกใช้เครื่องมือ Generative AI หลาย ๆ เครื่องมือ เพราะเครื่องมือแต่ละตัวมีจุดเด่นและจุดอ่อนไม่เหมือนกัน Generative AI หลายตัวเก่งในเรื่องผลิตคอนเทนต์คุณภาพต่ำ และไม่ได้ช่วยสร้างคุณภาพและประสิทธิภาพให้นักการตลาดตามที่ต้องการ แต่เครื่องมือ Generative AI บางตัวสามารถช่วยให้งานเขียนของบริษัทเราโดดเด่นกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน

เรียนรู้เครื่องมือ Genertive AI อย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากเครื่องมือแต่ละตัวมีการอัปเดตความสามารถอย่างรวดเร็ว และแข่งขันกันอย่างรุนแรงเพื่อดึงดูดการใช้งาน ดังนั้น Generative AI แต่ละตัว แต่ละแบรนด์ได้มีการพัฒนาตัวเองอย่างก้าวกระโดด จึงจำเป็นที่เจ้าของธุรกิจและนักการตลาดต้องติดตามเทรนด์ รวมถึงความสามารถเหล่านี้ให้ทัน

อัปสกิลทักษะการใช้ Prompt อยู่เสมอ เพราะบ่อยครั้งที่ Generative AI สร้างคอนเทนต์คุณภาพต่ำ ส่วนหนึ่งก็เนื่องจากที่สกิลการสร้าง Prompt ของเรายังไม่ดีเท่าที่ควรนั่นเอง นอกจากนั้น ยังมีเครื่องมือสร้าง Prompt อีกมากมายหลายตัว ที่สามารถช่วยให้งานสร้าง Prompt ง่ายและครอบคลุมมากขึ้น ซึ่งในส่วนนี้เจ้าของธุรกิจและนักการตลาดก็ควรต้องศึกษาเพิ่มเติมไว้ด้วยเช่นกัน

 

ก้าวต่อไปของ Generative AI กับการทำ SEO

ถึงวันนี้ที่ใคร ๆ อาจจะมองว่า Generative AI พัฒนาก้าวกระโดดไปเร็วมาก ๆ แต่ความเป็นจริงก็คือยุคแห่ง Generative AI เพิ่งจะเริ่มต้นและสิ่งที่เห็นที่ผ่านมาทั้งหมดเป็นเพียงแค่การแตะผิวของเทคโนโลยีเท่านั้น ความเร็วของพัฒนาการจะก้าวกระโดดในไม่ช้านี้ Generative AI จะเรียนรู้ได้เพิ่มขึ้นเร็วขึ้น ด้วย Input/Output ที่หลายหลายรูปแบบมากขึ้น นอกจากนั้น Search Engine กำลังจะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงพฤติกรรมลูกค้าของเราก็กำลังจะเปลี่ยนแปลงตามในไม่ช้านี้เช่นกัน


ดังนั้น ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจหรือนักการตลาดที่ทำ SEO ที่ต้องมีการสร้างเนื้อหาใหม่และคอนเทนต์ใหม่ให้ธุรกิจอยู่ตลอดเวลา และยังไม่ได้เริ่มใช้ Generative AI ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่จะต้องเริ่มหันมาเรียนรู้ในด้านนี้ให้มากขึ้นหรือท่านใดได้ลองใช้แล้ว แต่ยังไม่ได้ปฏิบัติอย่างจริงจัง ก็ได้เวลาแล้วเช่นกันที่จะวางแผนเรียนรู้ให้จริงจังและจะได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เพราะ Generative AI สามารถเพี่มประสิทธิภาพในการสร้างคอนเทนต์ใหม่และมีคุณภาพสูง ได้มากกว่า 10 เท่าตัว และธุรกิจที่ใช้งาน Generative AI ได้ดีกว่า จะมีความสามารถให้การเป็นผู้นำตลาดและเจ้าตลาดบน Search Engine และ SEO ได้ไม่ยาก

และจากคำถามข้างต้น ที่ถามไว้ว่า "คิดว่าข้อความ A หรือ B ในรูปด้านล่างนี้ที่เขียนด้วย Generative AI?" ซึ่งคำตอบก็คือ ทั้ง A และ B เป็นเนื้อหาที่ได้ Generative AI เหมือนกัน แต่มาจากคนละเครื่องมือกัน 

 

รายการล่าสุดที่คุณดู